คู่มือขอสินเชื่อสำหรับ SME: เลือกใช้อย่างไรให้ถูกสถานการณ์

คู่มือขอ สินเชื่อSME: เลือกใช้อย่างไรให้ถูกสถานการณ์

สินเชื่อSME ถ้าหากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาหมุนวนสภาพคล่องหรือลงทุนทำธุรกิจ แต่ว่าพบว่ามีทางเลือกสินเชื่อมากจนกระทั่งเลือกผิด ไม่ว่างเล่าเรียนหาข้อมูล หรือผู้ที่รอให้คำปรึกษา ในวันนี้พวกเราได้เก็บข้อมูลสำหรับท่านที่ต้องการรู้เรื่องสินเชื่อแต่ละจำพวกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อใช้ประกอบกิจการตกลงใจเมื่อเวลาขอสินเชื่อมาถึงสินเชื่อแบ่งได้ 2 ชนิดสำคัญๆดังเช่นว่า สินเชื่อใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (secured loan) แล้วก็สินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (unsecured loan) โดยจะมีความแตกต่างดังนี้

คู่มือขอสินเชื่อสำหรับ SME

สินเชื่อไม่มีหลักประกัน

สินเชื่อไม่มีหลักประกัน แปลตรงตัวก็คือ สินเชื่อที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ ซึ่งสถาบันการเงินจะอนุมัติสินเชื่อโดยอาศัยความน่าวางใจ เที่ยงตรง และก็ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการใช้หนี้ของผู้กู้เป็นสิ่งที่ใช้ในการไตร่ตรอง ในเรื่องที่ผู้ขอสินเชื่อไม่จ่ายเงินคืน สถาบันการเงินไม่สามารถที่จะยึดหลักทรัพย์สมบัติได้ แต่ว่าจะใช้กรรมวิธีการทวงหนี้หนี้สินโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วก็พูดจาผ่อนผันหนี้สิน ด้วยเหตุว่าสถาบันการเงินจะต้องแบกรับการเสี่ยงที่มากกว่า อัตราค่าดอกเบี้ยของสินเชื่อไม่มีหลักประกันก็เลยสูงขึ้นมากยิ่งกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน

สินเชื่อที่มีหลักประกัน ตรงกันข้ามเป็นสินเชื่อที่เจ้าของธุรกิจจรต้องแสดงหลักประกัน โดยหลักรับรองดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นบางทีอาจอยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์ อย่างเช่น การจำนำที่ดิน สถานที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งสินเชื่อมีหลักประกันมักมีอัตราค่าดอกเบี้ยต่ำลงมากยิ่งกว่าสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน เนื่องด้วยผู้กู้มีหลักประกันแก่ผู้ให้กู้เพื่อชดเชยความทรุดโทรมถ้าเกิดมีการไม่ทำตามสัญญาขึ้น

ในเนื้อหานี้พวกเราจะชี้แจงสินเชื่อแต่ละจำพวกโดยแบ่งกลุ่มเป็น สินเชื่อใช้หลักทรัพย์ และก็ สินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์

สินเชื่อใช้หลักทรัพย์

1.สินเชื่อเงินกู้ยืมถอนเงินเกินบัญชี (Overdraft หรือ OD) เป็นแหล่งเงินทุนสำรองพร้อมใช้สำหรับธุรกิจ โดยธรรมดาแล้วในบัญชีทั่วๆไปถ้าเกิดเงินหมดก็จะใช้ต่อไม่ติด แต่ว่า OD จะช่วยทำให้คุณสามารถเบิกเกินบัญชีได้ตามวงเงินที่คุณได้รับการยินยอม โดยต้องทำผ่านการสั่งจ่ายเช็ครวมทั้งจะต้องมีการเปิดบัญชีบัญชีกระแสรายวัน

จุดเด่น
– เพิ่มสภาพคล่องกรณีธุรกิจไม่มีเงินในตอนระยะสั้น
– ดอก OD จะมีความยืดหยุ่นกว่าดอกวงเงินกู้ปกติ โดยวงเงินกู้ปกติจะคิดดอกเบี้ยจากอีกทั้งจำนวนเงินทั้งปวงกู้ แม้กระนั้น OD คิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนของเงินต้นส่วนที่เบิกเกินบัญชีออกมา และก็เมื่อนำเงินต้นคืนเข้าไปที่แบงค์ดังเดิม ดอกก็จะหยุดในทันที
จุดด้อย
ดอก ของ วงเงินกู้เบิกเกินบัญชี OD ชอบสูงขึ้นมากยิ่งกว่า ดอกของการปลดปล่อยกู้แบบธรรมดา แม้กระนั้นก็ขึ้นอยู่กับที่ลูกค้าแต่ละราย รวมทั้งข้อแม้ของการรับรอง เนื่องด้วยวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี OD ไม่มีการควบคุมการเบิกใช้ ก็เลยมีผลทำให้วงเงินได้โอกาสถูกใช้ประโยชน์ไม่ถูกจุดประสงค์ได้ ตัวอย่างเช่น การนำไปซื้อทรัพย์สินอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ผลสรุปหมายถึงกระแสการเงินไปสู่บัญชีช้าลง ทำให้เงินทุนหมุนเวียนไม่พอ ขาดสภาพคล่อง เสียเครดิตเพราะผิดนัดใช้หนี้ รวมทั้งจะต้องจ่ายดอกสูงเกินจำเป็น ในที่สุดก็ประจำตัวแดงในบัญชี
2.สินเชื่อบ้านเพื่อธุรกิจ เหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่มีบ้านปราศจากภาระหน้าที่ แล้วก็อยากได้กู้โดยที่มีภาระหน้าที่ผ่อนต่อเดือนไม่มากมาย ด้วยเหตุว่าสินเชื่อบ้านนั้นให้เวลาผ่อนได้นานแล้วก็ดอกต่ำ ก็เลยช่วยทำให้ภาระหน้าที่หนี้สินและก็สภาพคล่องของกิจการค้าไม่คือปัญหาแก่เจ้าของธุรกิจมากเท่าไรนัก

 

จุดเด่น
ได้วงเงินมากถึง 90% ของราคาหลักประกัน ค่าผ่อนส่งผ่อนส่งไม่สูง เนื่องจากเลือกช่วงเวลาเงินผ่อนได้ยาว ผ่อนได้นานสูงสุดถึง 30 ปี ดอกค่อนข้างจะต่ำ โดยเริ่มเพียงแต่ 7% ต่อปี (อัตราค่าดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) แล้วก็ยังสามารถรีไฟแนนซ์เพื่อได้รับดอกที่ต่ำลงได้ภายหลัง 3 ปีแรก
จุดอ่อน
มีหลักเกณฑ์วงเงินกู้อย่างน้อยที่สูง โดยระบุวงเงินกู้อย่างน้อยที่ 500,000 บาท ใช้เวลานานสำหรับในการกู้ เพราะเป็นสินเชื่อที่มีขั้นตอนจำนวนมากทั้งยังประมาณราคาหลักประกัน นัดหมายทำเรื่องจำท่วมที่กรมที่ดิน ฯลฯ
3.สินเชื่อรถยนต์เพื่อธุรกิจ เหมาะสมกับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง และก็อยากได้ได้รับวงเงินที่สูงมากยิ่งกว่าเดิมกว่าสินเชื่อส่วนตัว โดยสินเชื่อรถยนต์จะมีการอนุมัติที่ง่ายดายยิ่งกว่า ก็เลยเหมาะสมกับเจ้าของธุรกิจที่อายุกิจการค้ายังไม่นานพอเพียง หรือเงินหมุนน้อยกว่ามาตรฐานสำหรับสินเชื่อส่วนตัว หรือ สมัครสินเชื่อส่วนตัวมิได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื่องจากว่ามิได้ขึ้นทะเบียน หรือเงินหมุนในบัญชีธนาคารน้อย

จุดเด่น
– ได้รับเงินเร็วด้านใน 1 – 3 วันทำการ เหมือนกับสินเชื่อส่วนตัว
– ดอกถูกกว่าสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยดอกจะเริ่มตั้งแต่ 6% ต่อปี (อัตราค่าดอกเบี้ยคงเดิม)
ข้อบกพร่อง
– การจะปิดบัญชีก่อนนั้นไม่ยืดหยุ่นเท่าสินเชื่อเฉพาะบุคคล กล่าวอีกนัยหนึ่งการโปะเงินก่อนที่จะครบกำหนดไร้สาระในด้านของการลดอัตราค่าดอกเบี้ย ก็เลยไม่เหมาะสมกับการกู้ยืมมาใช้ในระยะสั้น
– ในกรณีผิดนัดจ่าย บริษัทสามารถกระทำยึดรถยนต์ได้ สำหรับท่านที่มีรถยนต์เป็นยานพาหนะสำหรับการปฏิบัติงานเป็นหลัก พอๆกับว่าคุณมีการเสี่ยงที่จะเสียอุปกรณ์ที่สำคัญนี้ไป
4.​​​​​สินเชื่อแฟ็กเตอริง (Factoring) เป็นสินเชื่อระยะสั้นที่ช่วยจัดการกับปัญหาด้านสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่มีเงินทุนจมอยู่ในลูกหนี้การค้าขาย (ขายของสุดแท้แต่จำต้องรอคอยเครคิตการค้าที่นาน) โดยจะช่วยสำหรับเปลี่ยนลูกหนี้กิจการค้าให้เป็นกระแสการเงินสดได้อย่างเร็ว โดยชำระเงินให้ล่วงหน้า 70-90% ของราคาในใบแจ้งหนี้ ที่มีเครดิตเทอม 10-120 วัน รวมทั้งจะจ่ายเพิ่มที่เหลือ เมื่อแบงค์ได้รับเงินจากลูกหนี้กิจการค้าแล้ว ซึ่งจะใช้ลูกหนี้การค้าขายเป็นประกัน และไม่จำเป็นต้องใช้หลักประกัน สำหรับการขอสินเชื่อ

จุดเด่น
ช่วยขจัดปัญหาลูกหนี้การค้าขายที่มีเครดิตการจ่ายเงินยาว ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจของคุณมากเพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (ใช้ลูกหนี้การค้าขายเป็นประกัน) รวมทั้งอนุมัติออกจะเร็ว
ข้อบกพร่อง
ควรเป็นนิติบุคคลที่เปิดจัดการไม่น้อยกว่า 3 ปี แล้วก็มียอดจำหน่ายเฉลี่ยต่อปีอย่างต่ำที่แบงค์อยาก (ได้โปรดพิจารณาข้อตกลงจากผู้ให้กู้อีกรอบ)
สินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
1. สินเชื่อเฉพาะบุคคล/ สินเชื่อเงินสด ได้รับเป็นเงินรวมทั้งทยอยผ่อนส่งเท่าๆกันทุกเดือน ให้วงเงินที่สูงกว่าแบบบัตรกดเงินสด เมื่อได้รับการอนุญาตสินเชื่อเงินสด ก็จะมีเงินก้อนโอนฝากบัญชีในทันที และก็ดอกจะเริ่มคิดจากยอดเงินก้อน ที่เป็นการคิดรายวันแบบลดต้นลดดอก

จุดเด่น
– ให้วงเงินสูงขึ้นยิ่งกว่าบัตรเครดิต
– ไม่จำเป็นต้องใช้หลักประกัน
– ใช้เอกสารไม่มากมาย ไม่ยุ่งยาก
จุดอ่อน
– ดอกออกจะสูง ตั้งแต่ 10 – 28% ต่อปี (อัตราค่าดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) ขึ้นกับวงเงินรวมทั้งรายได้ของผู้กู้ รวมทั้งโปรโมชั่นสินเชื่อในแต่ละขณะ
– ควรมีการเขียนทะเบียนการค้า/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท มาแล้วตรงเวลาอย่างต่ำ 1 ปีขึ้นไป
– จำเป็นต้องใช้ bank statement ย้อนไป 6 เดือน เพื่อประเมินรายได้ โดยวงเงินที่ได้รับจะอยู่ในตอน 3 – 5 เท่าของรายได้ต่อเดือนของคุณ
2. บัตรกดเงินสด เป็นบัตรที่ไว้กดเงินสดมาใช้เมื่ออยากได้ สามารถชำระคืนมากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ในแต่ละเดือน แม้กระนั้นจำต้องไม่น้อยกว่าดอกอย่างต่ำที่กำหนดไว้ที่อัตรา 3 – 5%

จุดเด่น
– ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หลักประกัน
– สามารถกดเงินสดได้เลย
– ไร้ค่าขนบธรรมเนียมประเพณีกดเงินสด
ข้อด้อย
ดอกออกจะสูง ที่อัตรา 20-28% ต่อปี
3. บัตรเครดิต สามารถประยุกต์ใช้เป็นเงินรีบด่วนได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หลักประกันใดๆก็ตามเหมือนกับสินเชื่อส่วนตัวแล้วก็บัตรกดเงินสด

จุดเด่น
– ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หลักประกัน
– ใช้ในกรณีเร่งด่วน
ข้อด้อย
– วงเงินในบัตรเครดิตชอบได้น้อยกว่าสินเชื่อเงินสด
– ไม่เหมาะสมกับการใช้ในระยะสั้นๆเมื่อเทียบกับบัตรกดเงินสดแล้วควรที่จะเลือกใช้บัตรกดเงินสดดีมากกว่า
เพราะว่า (1) มีค่าประเพณีกดเงินสด 3% หากแม้บัตรเครดิตจะมีดอกเบี้ยเพียงแค่ 20% ต่อปี แม้กระนั้นจะในทุกๆครั้งที่กดเงินสดออกมา จะมีค่าขนบธรรมเนียมประเพณีกดเงินสดโดยทันที 3% ของวงเงินที่กดออกมาใช้ ต่างบัตรกดเงินสดที่ไร้คุณค่าขนบธรรมเนียมประเพณีนี้
(2) มีเงื่อนไขสำหรับในการจ่ายอย่างน้อย 10% ของยอดที่ใช้ ซึ่งมากยิ่งกว่าบัตรกดเงินสดที่จะมีเงื่อนไขดอกสำหรับในการจ่ายอย่างต่ำที่อัตรา 3 – 5%
จะมองเห็นได้ว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิตนั้นบางทีก็อาจจะเหมาะสมกับผู้กระทำดเงินสดที่ใช้ในเร่งด่วนมากยิ่งกว่าการนำไปเป็นเงินลงทุนขยายธุรกิจ เนื่องจากว่าด้วยวงเงินที่น้อยแล้วก็การใช้คืนที่สูงจะมีผลให้กิจการค้ามีปัญหาสภาพคล่องได้อย่างไม่ยากเย็นในภายหน้า

4. Marketplace Lending เป็นรูปแบบใหม่ของการขอสินเชื่อ โดยที่ผู้สมัครสามารถกระทำการยื่นเอกสารออนไลน์ และก็รู้ผลอนุมัติข้างใน 3 วัน จุดเด่นของ Marketplace Lendingเป็นไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและก็มีอัตราค่าดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรเครดิตและก็บัตรกดเงินสด สถาบันการเงินที่ปลดปล่อยกู้แบบนี้จะตรึกตรองเครดิตของผู้ขอสินเชื่อเป็นหลัก และก็จะคำนวณอัตราค่าดอกเบี้ยตามคะแนนเครดิตของผู้ขอสินเชื่อแต่ละคน สำหรับสินเชื่อเพื่อธุรกิจ สถาบันการเงินจะนำคะแนนของผู้ถือหุ้นหลักรวมทั้งคะแนนของบริษัทมาคำนวณเพื่อหาอัตราค่าดอกเบี้ยที่สมควร สำหรับคนใดกันแน่ที่พอใจขอสินเชื่อจำพวกนี้ ทางพวกเราเสนอแนะให้ท่านหมั่นสร้างเครดิตของตนแม้กระนั้นเนิ่นๆ

จุดเด่น
– ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
– อัตราค่าดอกเบี้ยต่ำยิ่งกว่าอัตราค่าดอกเบี้ยจากการผิดนัดจ่ายบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดแทบเท่าตัว (อยู่ที่ 8-15% ต่อปี)
– อนุมัติเร็ว
– สามารถโปะยอดที่เหลือได้โดยไร้ค่าจารีต
ข้อบกพร่อง
– ไม่มีเคาน์เตอร์ สาขา ก็เลยบางทีก็อาจจะไม่เหมาะสมกับผู้ขอสินเชื่อที่ถูกใจไปสาขาแบงค์

SME ควรจะพินิจเลือกสินเชื่อยังไง
สิ่งที่ผู้ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจต้องนำพินิจมี 6 เรื่อง ดังนี้

1.วัตถุประสงค์สำหรับการนำเงินไปใช้ในธุรกิจ

ทดลองดูว่าคุณจำต้องเงินใช้เงินลงทุนนี้ช้านานขนาดไหน เป็นระยะสั้น (ดังเช่นว่า คุณทำธุรกิจซื้อมาขายไปอยากใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนชั่วครั้งคราว) หรือคุณอยากใช้เงินลงทุนในระยะยาว (ดังเช่นว่า อยากนำไปสร้างโรงงานเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับการผลิต)

ถ้าเกิดอยากเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น บางทีอาจจะเลือกใช้ สินเชื่อเงินกู้ยืมถอนเงินเกินบัญชี หรือสินเชื่อเงินสด แทนที่จะเป็นสินเชื่อบ้านเพื่อธุรกิจ เนื่องมาจากเป็นสินเชื่อที่มีช่วงเวลาผ่อนสั้นกว่า

2. อัตราค่าดอกเบี้ย

แน่ๆว่าอัตราค่าดอกเบี้ยเป็นค่าใช้สอยอย่างหนึ่งของบริษัท คุณควรจะขอสินเชื่อที่มีอัตราค่าดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำเป็น แต่ดอกต่ำบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ต้นเหตุเดียว คุณอาจต้องนำเรื่องอื่นๆมาตกลงใจมี โดยพวกเราจะแถลงการณ์ในข้อต่อไป

ยิ่งไปกว่านี้อัตราค่าดอกเบี้ยคงเดิมหรืออัตราค่าดอกเบี้ยแบบลดต้นลดออกเองก็มีผล หากคุณคาดว่าจะมีความรู้และความเข้าใจสำหรับการโปะใช้หนี้ใช้สินได้เร็ว ดอกแบบอัตราลดต้นลดดอกจะก่อให้ภาระหน้าที่ดอกที่คุณจำเป็นต้องแบกรับน้อยลงเป็นปริมาณผันตามจำนวนเงินต้นที่ต่ำลง

3. ความเร็ว

แม้กระนั้นถ้าคุณมีความต้องการใช้เงินด่วน การที่คุณสมัครขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจกับแบงค์โดยส่วนมากมักใช้เวลานานกว่า 1 เดือน ตัวเลือกนี้บางทีอาจจะไม่เหมาะสมสำหรับคุณ คุณควรจะมองหาลู่ทางอื่นๆอาทิเช่น การยืมกับ Marketplace Lender ที่ใช้เวลาอนุมัติเพียง 3 วัน

4. หลักทรัพย์

ข้อนี้เกิดเรื่องที่เจ้าของธุรกิจผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของธุรกิจที่พึ่งพิงเริ่มได้ไม่นานตกม้าตาย หากแม้คุณจะพบข้อแนะนำดอกที่ดี แต่ว่าสถาบันการเงินส่วนมากมักขอแลกเปลี่ยนกับหลักทรัพย์ของคุณ เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ไม่มีหลักทรัพย์บางทีอาจจะต้องสารภาพอัตราค่าดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกว่าดอกของสินเชื่อเพื่อธุรกิจของสถาบันการเงินเริ่มแรก ถ้าเกิดธุรกิจของคุณสามารถได้กำไรต่อเดือนได้มากกว่าอัตราค่าดอกเบี้ยที่จะต้องเสีย แล้วยังคุ้มค่ากับการลงทุน การยืมแบบ Marketplace Lending ที่มีอัตราค่าดอกเบี้ยน้อยกว่าบัตรเครดิตรวมทั้งบัตรกดเงินสด และไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันก็เลยเป็นช่องทางที่น่าดึงดูด

5. ช่วงเวลาผ่อนหนี้

คุณควรจะตรึกตรองช่วงเวลาผ่อนส่ง ซึ่วนั่นก็มีผลกับจำนวที่คุณจ่ายต่อเดือน รวมถึงดอกที่คุณจำเป็นต้องเสียด้วย สำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากช่วงเวลาผ่อนส่งนาน บางทีอาจใคร่ครวญขอสินเชื่อบ้านเพื่อธุรกิจ สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีความต้องการโปะยอดหนี้สินยังไม่ครบกำหนด คุณควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าข้อจำกัดให้ดี เนื่องด้วยหลายสถาบันการเงินจะคิดค่าธรรมเนียมแม้คุณจ่ายเงินคืนเต็มปริมาณก่อนที่จะครบกำหนดในข้อตกลง

6. ค่าธรรมเนียมต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นอัตราค่าดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่างๆสำหรับการกดเง