เงินกับความสุข

เงินกับความสุข

คนส่วนมากมั่นใจว่า ถ้าเกิดพวกเรามีเงินพวกเราจะเป็นสุขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คน มั่นใจว่าคนมั่งมีย่อมเป็นสุขมากยิ่งกว่าคนยากจน ยิ่งร่ำรวยมากมายมากแค่ไหน ความสบายก็มากขึ้นเรื่อยๆเพียงแค่นั้น เนื่องจากคนมั่นใจว่า เงินสามารถซื้อความสบายได้แม้ว่าจะไม่ใช่ความสบายทุกสิ่งทุกอย่างแต่ว่าก็ซื้อได้มาก เงินสามารถใช้ซื้อของกินอร่อยๆกินได้ เงินสามารถพาพวกเราไปท่องเที่ยวได้มากขึ้นรวมทั้งไกลขึ้น เงินทำให้พวกเราซื้อบ้าน รวมทั้งซื้อรถยนต์ที่ทำให้พวกเรามีหน้ามีตาในกลุ่มเพื่อนเกลอแล้วก็คนรู้จักกัน เงินทำให้พวกเราส่งลูกไปเรียนสถานศึกษาดีๆหรือไปเรียนต่างแดนได้ ด้วยเหตุดังกล่าว อย่ามาบอกเลยว่า เงินกับความสบายไม่เกี่ยวกัน

โน่น เป็นสิ่งที่ยังไม่ค่อยมีเงิน หรือมีความคิดว่าตนยังมีเงินไม่เพียงพอชอบคิด เค้าเหล่านั้นชอบ “ฝัน” ว่า หากเขามีเงินมากขึ้นเรื่อยๆ เขาคงเป็นสุขมากมาย เนื่องจากว่าสิ่งที่เขาคิดต้องการจะได้แม้กระนั้นยังทำไม่ได้ เนื่องจากมีเงินน้อยเกินไป เขาก็จะสามารถซื้อมาได้ แล้วก็โน่นเป็นความสบายที่เขากำลังอุตสาหะไขว่คว้า แม้กระนั้นเชื่อ ไหมขอรับว่าวันที่เขามีเงินเพียงพอและก็ได้ใช้หรือบริโภคสิ่งที่เขา “ฝัน” ไว้แล้ว สิ่งนั้นก็จะไม่ใช่ “ความสบาย” อีกต่อไป เขาจะเริ่ม “ฝัน” ถึง “ความสำราญ” ใหม่ ที่จะจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้นไปอีก เงินเป็นความสำราญหรือเงินเป็นสิ่งที่ฉ้อโกงกันแน่?

รีบอ่านแล้วก็ใช้สิทธิ์ รวมสารพัดสารพันสินเชื่อ-เงินกู้ยืม ช่วยคนยากจนเฟส 2

ความสำราญของ คนนั้น เพื่อจะชี้แจงให้เป็นระบบ ผมมีความคิดว่าคงจะจะต้องอิงกับสิ่งที่มีความต้องการของคนเรา ซึ่งแมสโลว์ (ABRAHAM MASLOW) นักจิตวิทยาโด่งดังพูดว่ามี 5 ระดับ โน่นเป็น สิ่งที่มีความต้องการพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่น ของกินและก็น้ำ สิ่งที่ต้องการระดับสองเป็น อยากความปลอดภัยและก็ความยั่งยืนในชีวิต เมื่อได้รับการโต้ตอบแล้ว ความปรารถนาจะยกฐานะขึ้นไปเป็นระดับ 3 ซึ่งหมายถึง การได้รับการยินยอมรับในญาติพี่น้องมิตรแล้วก็มิตรสหายให้เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของกรุ๊ป ขั้นถัดไปก็คือ การมีสถานะที่สะดุดตาในสังคม และก็ท้ายที่สุดก็คือ ความอยากได้ที่จะบรรลุถึงตัวตนที่จริงจริง ซึ่งในทางพระบางครั้งก็อาจจะเรียกว่านิพพานไปเลย

มาดูความสำราญทางด้าน ของกินว่าเงินซื้อได้หรือเปล่า? ผมมีความรู้สึกว่าเงินซื้อความสำราญด้านของกินได้น้อย ความสบายของการกินนั้น ผมมั่นใจว่าส่วนมากอยู่ที่ความหิวรวมทั้งรสของของกิน ซึ่งไม่ค่อยได้เกี่ยวพันกับราคาเท่าไรนัก คนทั่วๆไปบางครั้งก็อาจจะมีความคิดว่าหูฉลามนั้นอร่อยมาก แม้กระนั้นโน่นเป็นเพราะเหตุว่าเขาไม่ค่อยได้รับประทานมัน แต่ว่าหากเขาได้รับประทานมันบ่อย เขาบางครั้งอาจจะพูดว่าพะแนงเนื้ออร่อยกว่า ด้วยเหตุนี้ สำหรับความสำราญในด้านของการกินแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า ถ้าหากพวกเราไม่จนกระทั่งเหลือเกิน พวกเราจะสุขสบายไม่ได้มีความแตกต่างกับคนมั่งมีมากสักเท่าไรนัก

ความสบายที่กำลังจะได้จาก ความรู้สึกมั่นคงไม่เป็นอันตราย นี่เป็นความสุขที่เกิดขึ้นในใจเมื่อพวกเรามีบ้านอาศัยที่ปลอดภัย มีการงานป้อมปราการคงจะ พวกเราทราบว่าเมื่อพวกเราไม่สบายจะได้รับการดูแลรักษาที่ดี มีความอุ่นใจว่าหากปัญหาอะไรที่ไม่คาดคิดด้านการเงินพวกเรามีทางปรับแก้ได้ และก็ที่สำคัญ ทราบดีว่าเมื่อแก่ลง พวกเราจะมีเงินอุปการะตนเองได้ การมีเงินสะสมน้อยหรือเปล่ามีผลประโยชน์การดูแลและรักษาพยาบาลพอเพียง ก็ย่อมที่จะทำให้พวกเรามีความไม่สาบายใจแล้วก็กลัดกลุ้มได้

ความรู้สึก มั่นคงไม่เป็นอันตรายนั้น เป็นความสุขในระดับหนึ่งเพียงแค่นั้น ซึ่งพูดได้ว่า ถ้าหากมนุษย์เรามีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้นไปอีก ส่วนที่เพิ่มนั้นจะทำให้กำเนิดความสำราญเพิ่มน้อยมาก บทสรุปก็คือ พวกเราจะต้องมีเงินในระดับหนึ่ง เพื่อความยั่งยืนมั่นคงในชีวิตหากจะให้ไม่กำเนิดทุกข์จากความวิตกกังวล

การ ได้รับการยินยอมรับในเครือญาติมิตรรวมทั้งเพื่อนเกลอนั้น ผมรู้สึกว่าเงินไม่น่าจะมีส่วนมากสักเท่าไรนัก การมีน้ำจิตความเอื้อเฟื้อมีน้ำใจคงจะมีความจำเป็นกว่าแล้วก็สิ่งนี้ไม่อาจจะซื้อได้ ด้วยเงิน โดยเหตุนั้น ความสำราญจากการที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของกรุ๊ป ก็เลยเกิดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเงินเลย

การมีสถานะที่เด่นใน สังคมเป็นความอยากในระดับที่สูงขึ้นมา รวมทั้งน่าจะเป็นความสำราญอย่างหนึ่งที่เงินบางทีอาจจะซื้อได้ รวมทั้งนี่ก็อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่คนรวยใช้เงินซื้อบ้าน รถยนต์ที่หรูหรา และก็อาภรณ์ราคาสูง เพื่อจะแสดงความเด่นให้คนทั่วๆไปมองเห็นแล้วก็สารภาพ อย่างไรก็ดี ความสำราญในด้านนี้ชอบมีด้านมืด มันก็คือ คนที่ใช้ของหรูชอบเจอผู้ที่ใช้ของที่หรูกว่า แล้วก็ความรู้สึกที่ด้อยกว่าโดยการเปรียบเทียบนั้น หลายครั้ง มันกลบความสบายที่น่าจะได้รับ แล้วก็ทำให้การใช้เงินซื้อสถานะของตนเพื่อกำเนิดความสำราญนั้นไม่เกิดผล เพราะเหตุว่าแทนที่จะมีความสุขก็บางทีก็อาจจะเปลี่ยนเป็นความทุกข์ทรมานได้

ผมคงจะไม่กล่าว ถึงสิ่งที่มีความต้องการที่จะบรรลุถึงตัวตนที่จริงจริง ซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเงิน แม้กระนั้นน่าจะเป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆแม้กระนั้นต้องการจะกล่าวว่าความสำราญของคนนั้น จำนวนมากอยู่ที่เรื่องของสุขภาพทางกายและก็สุขภาพดวงใจซึ่งเงินซื้อได้น้อยมาก สุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้น ไม่ว่าคุณจะมีเงินมากมายเยอะแค่ไหน จังหวะที่คุณจะเจ็บป่วยมีพอๆกับผู้ที่มีเงินน้อยหรือปานกลาง อย่างเดียวกัน สุขภาพจิตใจนั้น อยู่ที่แนวทางการทำดวงใจ จากการสำรวจครั้งแล้วครั้งเล่าพวกเราพบว่า ดำเนินชีวิตที่ “เพียงพอ” มี ความสบายกว่าถูกใจบริโภค ซึ่งมิได้เกี่ยวเลยว่าเขามีเงินมากมายหรือน้อย ว่าที่จริงถ้าหากจะมีอะไรเกี่ยวก็น่าจะเป็นว่า การมีเงินมากมายบางทีก็อาจจะเป็นความเสี่ยงว่าคุณจะสุขสบายลดลงถ้าหากคุณถูกใจบริโภค

ข้อ สรุปท้ายที่สุดของผมก็คือ มีเงินไม่พอจะกล่าวโทษสุขได้ยาก เพราะเหตุว่าความสบายหลายสิ่งหลายอย่างจำเป็นต้องใช้เงินซื้อมา ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ที่มีเงินมากเกินความจำเป็นมิได้แปลว่า เขาต้องมีความสำราญมากยิ่งกว่ามีเงินปานกลาง เพราะเหตุว่าเงินนั้นซื้อความสบายได้ถึงระดับหนึ่งเพียงแค่นั้น มีเงินพอสมควร สามารถที่จะเป็นแชมเปียนของผู้ที่สุขสบายได้ เพราะเหตุว่าความสบายนั้น จำนวนมากมาจากสุขภาพเกี่ยวกับร่างกายแล้วก็สุขภาพหัวใจที่ซื้อมิได้ด้วยเงิน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าเกิดคุณเป็นผู้ที่มีเงินพอควร แล้วก็ดำเนินชีวิตที่พอสมควร คุณก็คงจะมีชีวิตที่สุขสบายไม่แพ้คนมั่งคั่งโดยปกติ